ส้มซ่า : ส้มดีมีคุณค่า

ผศ.วิชัย ปทุมชาติพัฒน์

ความนำ

ส้มซ่าเป็นพืชตระกูลส้มชนิดหนึ่ง รูปลักษณ์ภายนอกดูคล้ายมะกรูด แต่เนื้อในและรสชาติไม่เหมือนมะกรูด  ในยุคปัจจุบันนี้ส้มซ่ากลายเป็นพืชที่มีคนรู้จักน้อย อาจจะคุ้นหูอยู่บ้างแต่น้อยคนจะได้เห็นของจริง ทั้งที่เป็นพืชสมุนไพรคู่บ้านมาตั้งแต่โบราณ ในสมัยก่อนหากบ้านใครมีสวนครัวก็มักจะปลูกต้นส้มซ่าติดสวนไว้ นิยมใช้ผิวและน้ำในผลปรุงรสอาหาร และแต่งกลิ่นอาหาร และใช้ทำเป็นยาสมุนไพรประเภทยาหอม เหตุผลที่ส้มซ่าถูกลืมเลือนไปนั้นก็น่าจะมาจากการนำมาใช้ประโยชน์ไม่หลากหลายอย่างเช่นมะนาวหรือมะกรูด ส่วนขั้นตอนในการปรุงเมนูที่ต้องใช้ส้มซ่านั้นค่อนข้างยุ่งยากไปสำหรับคนในสมัยปัจจุบัน อีกทั้งผลส้มซ่าไม่มีขายทั่วไป จะมีเฉพาะในแหล่งที่มีการทำอาหารสูตรโบราณและแหล่งผลิตยาสมุนไพรเท่านั้น ผลส้มซ่าจึงมีราคาแพงถึงผลละ 15 บาท  ส้มซ่าถูกน้ำมาใช้ในการปรุงอาหารชาววังมาแต่สมัยโบราณหลายชนิด  เช่น หมี่กรอบ ซึ่งมีร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่สมัยราชกาลที่ 5 เป็นเจ้าเก่าดั้งเดิมที่เคยทำถวายพระองค์ที่ตลาดพลู กรุงเทพฯ       รวมทั้งอาหารที่ชื่อว่า “ไส้กรอกปลาแนม” ซึ่งในส่วนของปลาแนมซึ่งมีแป้งและหนังหมูเป็นส่วนผสมหลักนั้นก็ต้องมีส่วนผสมของผิวส้มซ่าหั้นฝอยจึงจะได้รสชาติดั้งเดิม น้ำพริกรสหวานกลมกล่อมสำหรับขนมจีนนั้นก็ต้องมีส่วนผสมของน้ำส้มซ่า และผลส้มซ่าผ่าครึ่งลอยอยู่ในภาชนะบรรจุน้ำพริกนั้น บทความนี้จะไขข้อข้องใจให้ได้รู้จักส้มซ่ากันอย่างแพร่หลายมากขึ้น และส่งเสริมการปลูกเพื่อเสริมรายได้แก่ผู้สนใจด้วย


ส้มซ่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus aurantium var. aurantium

ชื่อวงศ์ RUTACEAE

ชื่ออื่นๆ มะขุน ส้มส่า มะนาวควาย ส้มมะงั่ว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์  ไม้ต้น สูง 3-8 เมตร เปลือกลำต้นสีดำ ทรงพุ่มกลม มีกิ่งก้านมาก กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม กิ่งมีหนามแหลมสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีต่อมน้ำมันเป็นจุดกระจายทั่วใบ ทำให้มีกลิ่นหอม ตัวใบแบ่งเป็นสองส่วน ครึ่งบนเป็นแผ่นกว้างรูปไข่ขนาด 7x10 ซม. ครึ่งล่างแผ่เป็นปีกแคบคล้ายรูปสามเหลี่ยม ขนาดกว้างถึง2x3 ซม. ใบหนา สีเขียวเข้มขอบใบเรียบหรือมีจักเล็กน้อย ดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มออกที่ซอกใบ กลีบสีขาวมีกลิ่นหอมแรง กลีบดอก มี 4-5 กลีบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ผลทรงกลม ขนาดส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 ซม. มี 10-12 ห้อง เปลือกหนา สีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผิวผลเรียบหรือขรุขระเล็กน้อย  กุ้งหยาบสีส้มเหลืองมีกลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยว เมล็ดขนาด 0.4-0.6 มม. จำนวน 25-25 เมล็ดต่อผล

การขยายพันธุ์ เพาะกล้า และตอนกิ่ง

การปลูก ปลูกบนที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ได้แสงแดดไม่น้อยกว่าครึ่งวัน

การใช้ประโยชน์ 1. ผิวผล และน้ำในผล ใช้ประกอบอาหาร

2. เปลือกผล รสปร่าหอมใช้ทำยาหอมแก้ลมวิงเวียนหน้ามืดตาลาย แก้ท้องอืดเฟ้อ

3. น้ำในผล รสเปรี้ยวอมหวาน กัดฟอกเสมหะแก้ไอ ฟอกโลหิต

4. ใบ รักษาโรคผิวหนัง